by I don’t know her

เชื่อว่าเกินครึ่งของคนที่คลิกเข้ามาอ่านคงรู้จัก Skiinmode กันอยู่แล้ว หลายคนคงติดตาม Skiinmode ตามช่องทางต่าง ๆ กันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Instagram หรือ Twitter หรือเผลอ ๆ บางคนคงสมัคร OnlyFans ไปแล้วด้วยซ้ำ

เมื่อพูดถึง Skiinmode แล้วนึกถึงอะไรกันบ้าง?

บางคนอาจจะนึกถึงฮีโร่ขบวนการห้าสีที่ชุดท่อนบนหายไปไหนก็ไม่รู้ เหลือไว้แต่เพียงกางเกงรัดรูปที่ทำจากวัสดุผ้าบางเฉียบที่โอบรัดท่อนอะไรบางอย่างที่แข็งชันและปูดโปนอยู่ข้างใต้นั้น แสงและเงาที่พอเหมาะพอเจาะขับเน้นให้เห็นเส้นเลือดที่ปูดออกวิ่งไล้ไปบนร่างกายที่ถูกชโลมไว้ด้วยน้ำมัน

หรือบางคนอาจนึกถึงภาพของนายแบบกล้ามแน่น ๆ ซิกซ์แพ็คเป็นลูก ๆ ที่นั่งอยู่บนบ้านแบบญี่ปุ่น ร่างกายห่อหุ้มเอาไว้ด้วยชุดชุดยูกาตะที่ถูกเปลื้องออกครึ่งทาง ขากางอ้าออกได้มุมเหมาะเจาะเผยให้เห็นท่อนล่างที่ถูกปกปิดไว้อย่างหมิ่นเหม่ด้วยผ้าเตี่ยวญี่ปุ่นขาวบางที่ปลุกเร้าอารมณ์ให้ผู้ชมอยากจะเข้าไปกระตุกให้หลุดออกมา

แต่แน่นอนว่าไม่ว่าคุณจะนึกถึงภาพไหน สิ่งหนึ่งที่คุณปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่ได้นึกถึงก็คือ “ค*ย”

แต่ Skiinmode ไม่ได้มีดีแค่มี ค*ยให้ดู วันนี้เราจะมาคุยกับ คุณ KORA ช่างภาพและผู้ก่อตั้ง Skiinmode เพื่อทำความรู้จัก Skiinmode ให้ลึกขึ้นกว่าเดิม

Q: Skiinmode เริ่มขึ้นมาได้ยังไง?

KORA : เมื่อก่อนเคยถ่ายภาพแนวแฟชั่นกับเพื่อน แต่มันไม่ใช่ทางของเรา มุมมองด้านความงามของเราไม่ใช่แบบนั้น เลยออกมาถ่ายแบบที่เป็นตัวเอง เราชอบบอดี้ชอบกล้ามเนื้อของผู้ชาย ชอบความแข็ง ๆ ปูด ๆ เป็นลำ ๆ แล้วก็ชอบคอสตูมแบบเอเชีย เมื่อก่อนเราชอบอ่านพวกการ์ตูนญี่ปุ่น ก็จะชอบอะไรแบบนั้น อย่างพวกชุดยูกาตะ หรือชุดนักรบ (วอริเออร์) ที่คนชอบ ๆ กันก็มีที่มาจากตรงนั้น 

Q: หานายแบบจากไหน?

KORA : ตอนแรกสุดคือจ้างนายแบบมาถ่าย เสร็จแล้วก็ค่อย ๆ เริ่มทาบทามคนจาก social media แต่หลัง ๆ พอทำ Instagram แล้วชุดที่ถ่ายมันไปถูกจริตคนจีน คนญี่ปุ่น ก็เริ่มเป็นที่รู้จักในกลุ่มนั้น ก็เริ่มได้นายแบบคนจีน คนญี่ปุ่น คนเวียดนามมาถ่าย ซึ่งพวกนี้เขาพร้อมแก้ผ้ามาก ไม่ต้องจ้างอะไรเลย เรื่องน้อยกว่าคนไทยเยอะ 555

Q: ทำไมคนไทยเรื่องเยอะ?

KORA : จริง ๆ มันก็ไม่ใช่ว่านายแบบเรื่องเยอะฝ่ายเดียวหรอก แต่มันคือวัฒนธรรมของคนไทยที่ชอบไปขุดคุ้ยว่านายแบบเป็นใคร เรียนจบที่ไหน ที่บ้านทำอะไร คนมันก็เลยต้องระวังตัว แต่อย่างที่ญี่ปุ่นคือมันจบที่ตัวงาน คนดูก็เสพแค่ภาพหรือผลงาน เขาไม่ได้พยายามไปขุดประวัตินายแบบต่อ ตัวนายแบบก็ใช้ชีวิตในสังคมได้ปกติ

Q: แต่ได้ยินมาว่าหลัง ๆ ก็เริ่มมีคนดังมาขอให้ถ่ายให้?

KORA : ก็มี คือเขาเห็นว่างานของเราไม่เหมือนคนอื่นเลยอยากมาถ่าย ก็ภูมิใจ แต่ก็ไม่ได้มีถ่ายบ่อย แล้วก็ไม่ได้โป๊ขนาดนั้น พอดารามาถ่ายคนก็อยากมาถ่ายตาม เพราะอยากเป็นเหมือนดารา หรือบางคนเขาก็จ้างถ่ายเก็บไว้ส่วนตัวไม่ได้ลงรูปที่ไหน อีกแบบคือหลายคนก็มาขอให้ถ่ายแบบไม่เห็นหน้า

Q: ถ่ายแบบไม่เห็นหน้า?

KORA : ใช่ เพราะด้วยความที่ Twitter มันปกปิดตัวตนได้ ไม่เหมือน Facebook หรือ Instagram ที่ต้องลงทะเบียน แบบนั้นมันจะตามได้ว่าเป็นใคร แต่ใน Twitter เนี่ยคนสามารถสร้างดาร์กไซด์ของตัวเองขึ้นมาได้ แล้วเขาก็สามารถลงรูปแรง ๆ ได้โดยไม่ต้องเปิดหน้า ซึ่งแบบไม่เห็นหน้าเนี่ยมาถ่ายกับเราเยอะมาก

Q: รู้มาว่าพี่ KORA เคยถ่ายให้หนังสือที่ไต้หวัน เป็นยังไงบ้าง?

KORA : เคยถ่ายลง Pubu ที่ไต้หวัน เขาติดต่อมาจ้างให้ถ่ายให้ ช่วงแรก ๆ ก็ดีนะ แต่พอมาระยะหลังคนก็เอารูปมาปล่อยใน Twitter ก็ทำให้เสียโอกาสไปเยอะ

Q: ตอนนี้ยังถ่ายให้ไต้หวันอยู่รึเปล่า?

KORA : ไม่ได้ทำแล้ว ตอนนี้ออกมาทำของตัวเอง เพราะอยากถ่ายอย่างที่อยากถ่ายได้ตามใจด้วย แบบนี้เราไม่ต้องพยายามคิดว่าจะต้องทำยอดขายให้ได้เท่าไหร่ คือจริง ๆ ตอนถ่ายหนังสือได้เงินเยอะกว่านะ แต่ตอนนี้ก็ไม่ได้แย่ แต่ส่วนใหญ่เงินที่ได้มาก็หมดไปกับค่าพร็อพน่ะแหละ 555 แต่ยังดีที่ไม่ได้มีภาระอะไร เลยพออยู่ได้

Q: ทำไมถึงลงทุนกับพร็อพเยอะ?

KORA : คือพร็อพราคาแพงกับราคาถูกมันแตกต่างกันชัดเจนนะ บางทีเราเห็นของคนอื่นที่ถ่ายแล้วใช้พร็อพตามมีตามเกิด เช่นแทนที่จะใช้ชุดกิโมโนดี ๆ ก็เอายูกาตะที่ใช้กันในร้านออนเซ็นมาใช้ถ่ายอย่างเงี้ย มันก็คนละอย่างกันแล้ว แล้วผูกก็ผูกไม่เป็น คือเราให้ความสำคัญกับรายละเอียดพวกนี้ จะผูกก็ผูกให้ถูก แล้วที่ลงทุนเยอะเพราะเราต้องสั่งทำชุดขึ้นมา ชุดที่เราอยากใช้ถ่ายหลายครั้งมันหาซื้อที่ไหนไม่ได้ อย่างพวกชุดนักรบหรือปีกเทวดาที่เคยใช้ มันก็ต้องสั่งทำ 

Q: ฟังดูมีแพชชั่นกับสิ่งที่ทำมากเลย เคยท้อบ้างไหม?

KORA : ก็ไม่เชิงท้อ แต่ก็มีเฟล ๆ บ้าง เพราะบางครั้งคนไม่ได้สนใจอะไรเลย สนใจแต่ค*ยอย่างเดียว แต่อย่างคนต่างชาติเขาจะสนใจแนวคิดหรือความงามทางศิลปะ แต่คนไทยไม่ค่อยสน ไม่ค่อยเสพงานศิลปะ สนแค่ขอให้เห็นค*ย คือหลัง ๆ ก็ดีขึ้นบ้างนะ แต่ในภาพรวมก็ยังไม่ขนาดนั้น

Q: ตอนนี้เห็นมี OnlyFans ด้วย?

KORA : ใช่ มันก็เป็นช่องทางนึง คล้าย ๆ กับระบบอุปถัมภ์ศิลปินในยุคเรเนสซองส์ เราก็จะลงรูปวันละ 10 รูป แล้วก็มีให้เขารีเควสได้ว่าอยากให้เราทำอะไร 

Q: รีเควสอะไรบ้าง?

KORA : อย่างบางคนเขาชอบเท้า เป็น fetish เขาก็จะบอกว่าอยากให้ถ่ายเน้นเท้า เราก็จะถ่ายเน้นเท้าให้ในครั้งถัดไป หรืออย่างบางคนอยากให้เราไปถ่ายนายแบบคนไหนเขาก็รีเควสมา แต่การเจาะจงตัวนายแบบเขาก็ต้องจ่ายค่าตัวนายแบบให้เราด้วย เพราะมันก็มีต้นทุนที่เราต้องไปจ้างนายแบบมา

Q: มีรีเควสอะไรแปลก ๆ บ้างไหม?

KORA : มี เคยมีรีเควสขอให้ถ่ายณเดชน์อะ มันก็ไม่ได้ปะ? 555 เราก็บอกเขาไปว่าถ้าจะจ้างณเดชน์เนี่ยไม่รู้ต้องกี่แสน แล้วมาถ่ายก็คงถ่ายไม่ได้มากด้วย หรือช่วงที่ผ่านมาก็มีรีเควสอยากให้ไปถ่ายนายแบบคนนึงที่ฟิลิปปินส์ แต่มันโควิดไง แล้วเขาก็อยากได้ตอนนี้เดี๋ยวนี้ มันก็ไม่ได้

Q: มีอะไรอยากฝากถึงคนอ่านไหม?

KORA : สำหรับช่างภาพหลายคนที่อยากมาแนวนี้ การถ่ายรูปมันไม่ใช่ว่าถูกปฏิเสธครั้งแรกแล้วจะท้อใจเลย มันต้องค่อยเป็นค่อยไป หาสไตล์ที่ตัวเองชอบแล้วพามันไปให้เจอกับสไตล์ที่คนดูชอบ ไม่นานก็จะเป็นที่รู้จักและการหานายแบบก็จะง่ายขึ้น อย่าเพิ่งไปท้อใจในช่วงแรก แล้วก็อย่าไปเน้นว่าต้องถ่ายโป๊มากเกินไป เน้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบก่อน แล้วโป๊ไม่โป๊ก็อีกเรื่องนึง

Q: แล้วกับผู้ชมทั่วไปล่ะ?

KORA : บางทีดูงานก็อยากให้ดูที่ความงามทางศิลปะบ้าง ไม่ใช่ดูแค่จู๋อย่างเดียว เราก็พยายามจะตอบโจทย์ทุกคนให้ถูกใจ ให้เห็นจู๋แล้วก็สวยด้วย แต่คือบางครั้งสมมติว่าอยากแต่งรูปแนววินเทจ พอไปปรับสีวินเทจ หรือขาวดำ หรือปรับสีผิวโทนสีม่วงสีเขียว มันจะทำให้ดูโป๊น้อยลง คนก็จะไม่ชอบขึ้นมาทันที แต่มันก็มีโป๊มาเยอะแล้ว ก็มีบางรูปที่มันเป็นอย่างนี้บ้างมันก็ไม่ได้ผิดอะไร เราก็อยากให้คนไทยเข้าใจความงามทางศิลปะในมุมมองอื่นที่มันก็โป๊แหละ และเราก็พยายามเน้นนะ พยายามเปิดจุดโน้นจุดนี้ให้คนดูชอบ แต่เราก็อยากให้สามารถชื่นชมความงามทางศิลปะของมันได้ด้วย ไม่ใช่แค่อยากเห็นแต่โป๊ ๆ ๆ อย่างเดียว