by I Don’t Know Her

“ปีใหม่ไปไวท์ปาร์ตี้มั้ย?” “สงกรานต์ไปจีเซอร์กิตปะ?” “มิถุนานี้ไปเซอร์กิตพัทยามะ?” คุณเคยถูกถามอะไรแบบนี้มั้ย? ถ้าเคย… ยินดีด้วย! คุณได้เพื่อนสาว! … เอ้ย ผิด ๆๆๆ เค้าอาจจะอยากกินคุณอยู่ก็ได้! (หรืออีกทีก็อาจจะแค่อัธยาศัยดีอยากชวนไปเที่ยวด้วยหรือชวนคุยเรื่อยเปื่อยแค่นั้นแหละ)

ปาร์ตี้ที่ว่ามาทั้งหมดนี้เรียกรวม ๆ ว่าเป็น “เซอร์กิตปาร์ตี้” (circuit party) เป็นงานปาร์ตี้เกย์ ที่มีดีเจมาเปิดเพลงอิเล็คโทรนิคส์แดนซ์ แนวเซอร์กิตเฮาส์ (circuit house) จังหวะอัพบีท งานส่วนใหญ่เริ่มตั้งแต่หัวค่ำ แล้วยาวไปยาวไปจนตีสองตีสาม หรือเซอร์กิตปาร์ตี้ในต่างประเทศบางแห่งก็เปิดเพลงกันถึงเช้าเลยทีเดียว

คนในงานเกือบทั้งหมดก็เป็นเกย์ทั้งนั้น อาจจะมีชะนีน้อยเพื่อนเก้งหลงมาบ้าง แต่ก็ไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่ เพราะความเซอร์กิตปาร์ตี้มันค่อนข้างเฉพาะกลุ่มจริง ๆ นึกภาพเกย์หลายพันชีวิตเต้นกับแบบเบียด ๆ เนื้อแนบเนื้อ (เพราะทุกคนถอดเสื้อ) ถ้าผู้หญิงมาก็คงรู้สึกไม่ค่อยเข้าพวกซักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ใช่ว่าไปไม่ได้หรอกนะ

หืม? อะไรนะ? ผมข้ามประเด็นสำคัญไปเหรอ? อ้อ! ใช่! ในงานเซอร์กิตนั้น (แทบ) ทุกคน shirtless จ้า! คือตอนหัวค่ำก็จะยังใส่เสื้อกันอยู่แหละ แต่พอเริ่มเต้น เริ่มเมา เริ่มสนุก เสื้อก็ค่อย ๆ หลุดกันทีละคนสองคนสามคนสี่คน… อืมมม ก็แทบทั้งงานนั่นแหละ! แล้วก็ยังมีเหล่านายแบบหุ่นปั้ก ๆ ที่นุ่งน้อยห่มน้อยคอยเต้นยั่วเพศอยู่บนเวทีใหญ่เวทีรองทั่วงาน… สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น อะดูรูปกันก่อนซักหนึ่งกรุบ

เซอร์กิตปาร์ตี้เริ่มมาจากไหน?

เซอร์กิตปาร์ตี้พัฒนามาจากปาร์ตี้ดิสโก้ในอเมริกาในช่วงปี 1970s ถึงต้น ๆ 1980s โดยในยุคนั้นที่นิวยอร์กซิตี้มีคลับที่โด่งดัง โอเค! นัมเบอร์วัน! แห่งหนึ่งชื่อว่า The Saint (ไม่กล้าลงรูปอะ เดี๋ยวติดลิขสิทธิ์ ใครอยากดูรูปไปดูได้ใน https://www.thesaintfoundation.org/the-dome) The Saint มีเพดานสูงเป็นทรงโดม แล้วก็มีเครื่องฉายภาพดวงดาวขึ้นไปบนเพดาน อารมณ์จัดปาร์ตี้ที่ท้องฟ้าจำลองอะไรแบบนั้น โดย The Saint จะจัดปาร์ตี้ใหญ่เดือนละครั้ง แล้วรีวิวก็ดันดีกรุบ เก้งทั่วทุกมุมโลกเลยหลั่งนอก เอ้ย หลั่งไหลไปนิวยอร์กเพื่อที่จะไปปาร์ตี้ของ The Saint ว่ากันว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมการไปเที่ยวปาร์ตี้ต่างประเทศของกลุ่มเกย์เลยแหละ

แล้วพอถึงช่วงกลาง ๆ 1980s จนถึง 1990s ก็เข้าสู่ยุคเฟื่องฟูของเซอร์กิตปาร์ตี้ มีเซอร์กิตปาร์ตี้ใหม่ ๆ งอกขึ้นมาเรื่อย ๆ งาน Miami White Party ที่ว่ากันว่าเป็นที่สุดของเซอร์กิตปาร์ตี้ก็เกิดขึ้นในยุคนี้ และโปรดัคชั่นของเซอร์กิตปาร์ตี้ก็ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จากงานหนึ่งวันหรือแค่ศุกร์เสาร์ก็ขยายเป็นปาร์ตี้กันจุก ๆ 3 วันรวด หรือบางงานก็ยาวเป็นสัปดาห์ (ยุคนี้ยังเป็นยุคที่การระบาดของเชื้อ HIV ส่งผลกระทบกับสังคมเกย์ ทั้งการติดเชื้อเองและการตีตราจากสังคม งานเซอร์กิตปาร์ตี้จึงมักเกี่ยวข้องกับการรณรงค์เรื่อง HIV และบางงานยังทำหน้าที่ระดมทุนเพื่อส่งต่อไปยังหน่วยงานที่ทำงานต่อสู้กับเชื้อ HIV ด้วย) 

แต่พอเข้าสู่ยุค 2000s บริทนีย์เริ่มเป็นสาว คริสติน่าเต้นเดอร์ตี้ กระแสเซอร์กิตปาร์ตี้ในภาพรวมก็เริ่มดร็อปลง บางคนบอกว่าเป็นเพราะนักเที่ยวเซอร์กิตรุ่นบุกเบิกเริ่มถึงวัยข้อเข่าเสื่อมกันแล้ว นักเที่ยวรุ่นใหม่ก็ยังไม่ค่อยอินกับเซอร์กิต ประจวบกับเป็นยุคเฟื่องฟูของซาวน่าเกย์ ใครที่อยากออกล่าก็เปลี่ยนคอร์สเป็นไปซาวน่าแทนตรงประเด็นกว่า แต่ก็ยังมีงานเซอร์กิตใหญ่ ๆ ที่ยังคงความนิยมไว้ได้อยู่

แต่ ๆๆๆ พอถึงช่วงปลาย 2000s ถึง 2010s ดนตรีแนว EDM ได้รับความนิยมมาก เกิดดีเจชื่อดังระดับโลกที่ค่าตัวแพงไม่แพ้ป๊อบสตาร์ เป็นจุดเริ่มต้นของยุคทองของงานเทศกาลดนตรี ใด ๆ ก็คือส่งอานิสงส์สาธุบุญโยเรมายังเซอร์กิตปาร์ตี้ด้วย เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ งาน Circuit Festival และ XLSIOR Mykonos ที่เป็นงานใหญ่ระดับโลกก็เกิดขึ้นในยุคนี้

สำหรับเมืองไทยก็ไม่น้อยหน้าเด้อ มีงานเซอร์กิตปาร์ตี้ที่โด่งดังไปทั่วโลก เก้งทั่วโลกโดยเฉพาะเก้งเอเชียจากจีน ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น สิงคโปร์ต่าง ๆ ใด ๆ ก็คือต้องบินมาแบงค็อกเพื่อการนี้เลย สองงานที่ใหญ่ที่สุดของเมืองไทยก็คงหนีไม่พ้น gCircuit ช่วงสงกรานต์ และ White Party Bangkok ช่วงปีใหม่ แล้วก็ยังมีงานอื่น ๆ ที่จัดกันเรื่อย ๆ ตลอดปีอีกหลายงาน

อยากไปอะ ต้องทำไง?

ซื้อบัตรแม่ ซื้อบัตร เวลาซื้อก็มีให้เลือกหลายแบบ จะซื้อแบบเหมาทุกอีเว้นทุกวันของงาน หรือจะซื้อแยกเป็นวัน ๆ ก็ได้ถ้ามีเวลาว่างเที่ยวแค่วันเดียว ส่วนใหญ่งานใหญ่ ๆ จะจัดกันหลายวัน แล้วตอนกลางวันก็จะมีปาร์ตี้ริมสระ (pool party) ให้ได้ชิว ๆ ก่อนจะจัดเต็มกันตอนกลางคืน สำหรับใครที่อยากไปลองดูก่อนแค่คืนเดียวก็แนะนำให้เลือกคืนที่เป็น Main Event เพราะจะเป็นคืนที่มีโชว์แบบจัดเต็มที่สุด ทั้งแสงสีเสียงและแขกรับเชิญพิเศษที่จะมาแสดงในงาน

สำหรับการแต่งตัวจริง ๆ ก็แล้วแต่แหละ ลองดูในเว็บของงานที่จะไปก็ได้ว่าคืนนั้นเค้ามีกำหนดธีมว่าอะไร ใครอยากแต่งตามธีมก็แต่งไป แต่ไม่แนะนำให้แต่งเยอะแบบใส่แจ็คก้งแจ็คเก็ต เพราะเดี๋ยวก็ต้องถอดอยู่ดีแล้วไม่รู้จะเอาแจ็คเก็ตไปเก็บที่ไหน แนะนำให้แต่งง่าย ๆ เสื้อยืดหรือเชิ้ตเรย่อน แบบที่ถอดแล้วเอามาเหน็บที่กางเกงได้ง่าย ๆ ไม่ลำบากตัวเองและคนรอบข้าง ใครอยากอัพเลเว่ลก็อาจจะใส่ฮาร์นเนส (harness) ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความเซ็กซี่ หรือจะจัดเต็มหาคอสตูมเซ็กซี่ ๆ มาใส่ก็เก๋ แต่ไม่ค่อยแนะนำให้ใส่ปีกเทวดาอะไรแบบนั้น ไม่ใช่อะไร เวลาเต้นแล้วมันไปชนคนอื่น อาจจะใส่ได้แป๊บนึง พอคนเยอะแล้วเริ่มเบียดก็ถอดหน่อยก็ดีแหละ

อีกหนึ่งไอเท็มที่เป็นของคู่กับงานเซอร์กิต เหมือนกะเทยคู่กับร้านยำ ก็คือพัด!!! เพราะมันร้อนอะ คืองานเค้าก็เปิดแอร์แหละ แต่คนมันเยอะ แล้วเต้นกันทั้งงาน ก็ต้องมีร้อนกันนิด ๆ เป็นเรื่องปกติ ไม่ได้ร้อนอะไรมาก แต่มีพัดติดเอาไว้ก็เก๋ดี พัดแก้ร้อนก็ได้ ฟาดพัดตามจังหวะเพลงก็ได้ หรือจะเอาไว้เกี่ยวผู้ชายที่เล็งอยู่ก็ได้ มีประโยชน์เว่อร์ ใครไม่มีก็ไปซื้อเอาหน้างานก็ได้ เลือกสีเลือกลายกันตามสะดวก

แล้วโควิดล่ะ?

ในช่วงปีที่ผ่านมางานเซอร์กิตหลายงานทั่วโลกต่างก็เลื่อนการจัดงานหรือยกเลิกงานในปีนี้กันไปเลย  สำหรับประเทศไทยก็ไม่ต่างกัน แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดในประเทศไทยนับว่ายังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าอีกหลายประเทศ ในช่วงปลายปีนี้ก็เริ่มมีการจัดปาร์ตี้กันบ้างแล้ว ใครที่อยากจะไปก็ต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามข้อแนะนำของผู้จัดงานอย่างเคร่งครัด ให้ความร่วมมือในการตรวจอุณหภูมิก่อนเข้างาน ฯลฯ ในกรณีที่โควิดกลับมาระบาดหนักขึ้นแล้วงานถูกยกเลิก ก็ต้องลองเช็คดูว่าตั๋วที่ซื้อไปสามารถ refund ได้รึเปล่า ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้ก็สามารถเช็คได้ตั้งแต่ก่อนซื้อตั๋วด้วย

สำหรับใครที่อยากเที่ยวก็ติดตามสถานการณ์และบริหารความเสี่ยงกันให้ดี ขอให้ได้ขอให้โดน โดนแล้วโดนอีก เมอรี่คริสต์มัสแอนด์อะแห็ปปี้หนิ่วเยียร์

Credit ภาพ: White Party Bangkok และ CIRCUIT FESTIVAL ASIA Weekend